เข้าสู่ระบบ
เลือกภาษา
ติดต่อ ดาวน์โหลด

🎬 ดู VDO นี้จบ… คุณอาจค้นพบคู่แท้สเต็มเซลล์

          คุณเชื่อเรื่องโชคชะตามั้ย…มีใครบางคนกำลังรอคอยอย่างมีความหวังว่าวันหนึ่ง…เขาจะได้พบกับผู้ที่มีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกัน 👥
และช่วยให้เขาหายขาดจากโรคทางเลือดได้🩸

          ปัจจุบัน มีผู้บริจาคโลหิตที่ขึ้นทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์แล้วกว่า 290,000 ราย แต่พบผู้ที่มีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกับผู้ป่วยและบริจาคให้กับผู้ป่วยได้จริงเพียง 457 ราย เท่านั้น

          มาร่วมเป็นอีก 1 โอกาสสำคัญ ให้กับผู้ป่วยโรคเลือดอีก 2,407 ราย👥🩸ที่กำลังตามหาคู่แท้สเต็มเซลล์เพื่อโอกาสทางการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์

          บริจาคโลหิตและลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ได้ที่ :

🩸ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

🩸ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.ชลบุรี

🩸ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.นครราชสีมา

🩸ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.ขอนแก่น

🩸ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จ.เชียงใหม่

 

          พิเศษสำหรับอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์หน้าใหม่🗓บริจาคโลหิตและลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ระหว่างวันที่ 13 – 18 กันยายน 2564รับเสื้อยืด “Thank You Stem Cells Donor”👕🌎เนื่องในสัปดาห์วันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2564World Marrow Donor Day 2021.💁‍♂️คุณสมบัติอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ https://1th.co/go367367367

 

#wmdd2021#thankyoudonor

ร่วมเป็นส่วน 1 ในช่วงเวลาแห่งวันขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก บน Live Stream 24 h.

          ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานเดียวที่มีหน้าที่ในการจัดหาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดฯ ที่ไม่ใช่ญาติให้กับผู้ป่วย มาตั้งแต่ปี 2545 โดยสามารถจัดหาอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดฯได้ จำนวน 299,628 ราย แต่มีผู้ที่บริจาคได้จริงให้กับผู้ป่วยเพียง จำนวน 457 ราย และยังมีผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต จำนวน 2,346 ราย ทั้งนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้มีการรณรงค์จัดหาอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดฯ มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ร่วมจัดกิจกรรมวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก โดยในปี 2564 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ซึ่งมีแนวคิดในการเฉลิมฉลองในรูปแบบสตรีมร่วมกับทาง WMDA ผ่านช่อง WMDD YouTube ที่ทั่วโลก จะได้ร่วมแบ่งปันช่วงเวลาแห่งการขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์และอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ที่มอบโอกาสทางการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วยโรคเลือด 

มาร่วมเป็นส่วน 1 ในช่วงเวลาแห่งวันขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก
รับชม VDO 🎬 เรื่องจริงจากปาฏิหาริย์คู่แท้สเต็มเซลล์
📽 ฉายพร้อมกันทั่วโลก ผ่าน 🔴 Live Stream 24 h.

18 กันยายน 2564 ช่วงเวลา 13.00 – 16.00 น.
19 กันยายน 2564 ช่วงเวลา 09.00 – 12.00 น.

เสวนาออนไลน์ “การบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยให้โลกพ้นวิกฤติ”

ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์จากปฏิหารย์คู่แท้สเต็มเซลล์และการรักษาที่มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย
ในเสวนาออนไลน์ “การบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยให้โลกพ้นวิกฤติ”
ในวันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 09.00 – 11.00 น.
ผ่าน Live Stream : Facebook Fanpage ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

บริจาคสเต็มเซลล์ เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2564 ระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ผู้บริจาคโลหิตพร้อมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ รับ “เสื้อยืด Thank You Stem Cells Donor” เป็นที่ระลึก

          รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การจัดงานวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก จัดขึ้นตามที่องค์กร World Marrow Donor Association กำหนดให้วันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 18 กันยายน 2564 เป็นวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก (World Marrow Donor Day) เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์ และอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 38 ล้านราย โดยกิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นครั้งแรก ในปี 2558 มีมากกว่า 55 ประเทศ ร่วมจัดกิจกรรม

          ในประเทศไทย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้รับมอบหมายจากแพทยสภา จัดตั้ง “ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ” ทำหน้าที่จัดหาอาสาสมัครผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต   หรือสเต็มเซลล์ ที่ไม่ใช่ญาติให้แก่ผู้ป่วย รวมทั้งผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ที่ให้กับผู้ป่วยจะต้องมีคุณภาพ  ได้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นศูนย์กลางทะเบียน ตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ในประเทศไทย ได้จำนวน 299,628 ราย แต่มีผู้ที่บริจาคได้จริงให้กับผู้ป่วย เพียงจำนวน 457 ราย และยังมีผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จำนวน 2,407 ราย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น

          ในทางการแพทย์แล้วการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่าย เป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคทางโลหิตวิทยาให้หายขาดจากโรคดังกล่าวได้ แต่การที่จะเป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์นั้นเป็นไปได้ยากด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่มีผลเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้ป่วย เนื่องจากหากเป็นพี่น้องท้องเดียวกันจะมีโอกาสตรงกัน 1 ใน 4 จึงต้องใช้สเต็มเซลล์จากผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยมาก เพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น ดังนั้น การรณรงค์จัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมในปีนี้ เน้นการรณรงค์สร้างความตระหนักผ่านสื่อออนไลน์ และเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมในสัปดาห์วันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2564 ดังนี้

 

Blood Challenge ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนร่วมส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์กับโครงการ Blood Challenge สร้างกระแสการบริจาคโลหิต ผ่าน Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok เพียงโพสต์ภาพและข้อความพร้อมติด #BloodChallenge และ Tag ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญอีก 3 คน ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า  ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 สร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพรวมการบริจาคโลหิตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีโลหิตสำรองไม่ถึง 3,000 ยูนิตต่อวัน ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศขาดแคลนโลหิต เสี่ยงต่อการเลื่อนการผ่าตัด เลื่อนการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นประจำสม่ำเสมอ

          จึงมีแนวคิดในการนำกระแส Challenge มาประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น โดยขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2 รูปแบบ ดังนี้

    1. ผู้บริจาคโลหิต ถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ โพสต์ลง Social Media อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, TikTok พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

    2. ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ สามารถร่วมกิจกรรมเชิญชวนบริจาคโลหิต และประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยเขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ และโพสต์ลง Social Media พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และ ติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

      เพียงเท่านี้ คุณก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ลดภาวะการขาดแคลนโลหิตในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้

“น็อต วรฤทธิ์” ปลุกกระแสส่งต่อบุญกับโครงการ Bl🩸odChallenge บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

พร้อม Challenge ชวนเพื่อนมาช่วยเพื่อน มาลุ้นไปพร้อมกันว่า คุณน็อตจะส่งต่อ Challenge ให้กับใครติดตามได้ใน VDO นี้