เข้าสู่ระบบ
เลือกภาษา
ติดต่อ ดาวน์โหลด

เสวนาออนไลน์ “การบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยให้โลกพ้นวิกฤติ”

ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์จากปฏิหารย์คู่แท้สเต็มเซลล์และการรักษาที่มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย
ในเสวนาออนไลน์ “การบริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยให้โลกพ้นวิกฤติ”
ในวันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 09.00 – 11.00 น.
ผ่าน Live Stream : Facebook Fanpage ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

บริจาคสเต็มเซลล์ เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เชิญชวนผู้บริจาคโลหิตร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เนื่องในวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2564 ระหว่างวันที่ 13-18 กันยายน 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น และเชียงใหม่ ผู้บริจาคโลหิตพร้อมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ รับ “เสื้อยืด Thank You Stem Cells Donor” เป็นที่ระลึก

          รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า การจัดงานวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก จัดขึ้นตามที่องค์กร World Marrow Donor Association กำหนดให้วันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 18 กันยายน 2564 เป็นวันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก (World Marrow Donor Day) เพื่อเป็นการขอบคุณผู้บริจาคสเต็มเซลล์ และอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ อีกทั้งเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของการจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่มีอยู่ทั่วโลกกว่า 38 ล้านราย โดยกิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นครั้งแรก ในปี 2558 มีมากกว่า 55 ประเทศ ร่วมจัดกิจกรรม

          ในประเทศไทย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้รับมอบหมายจากแพทยสภา จัดตั้ง “ธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตแห่งชาติ” ทำหน้าที่จัดหาอาสาสมัครผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต   หรือสเต็มเซลล์ ที่ไม่ใช่ญาติให้แก่ผู้ป่วย รวมทั้งผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ที่ให้กับผู้ป่วยจะต้องมีคุณภาพ  ได้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นศูนย์กลางทะเบียน ตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ ในประเทศไทย ได้จำนวน 299,628 ราย แต่มีผู้ที่บริจาคได้จริงให้กับผู้ป่วย เพียงจำนวน 457 ราย และยังมีผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ จำนวน 2,407 ราย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรัง โรคธาลัสซีเมีย โรคไขกระดูกฝ่อ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น

          ในทางการแพทย์แล้วการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่าย เป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคทางโลหิตวิทยาให้หายขาดจากโรคดังกล่าวได้ แต่การที่จะเป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์นั้นเป็นไปได้ยากด้วยข้อจำกัดที่ไม่สามารถหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่มีผลเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้ป่วย เนื่องจากหากเป็นพี่น้องท้องเดียวกันจะมีโอกาสตรงกัน 1 ใน 4 จึงต้องใช้สเต็มเซลล์จากผู้ที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งมีโอกาสพบได้น้อยมาก เพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น ดังนั้น การรณรงค์จัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์เพิ่มมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับการจัดกิจกรรมในปีนี้ เน้นการรณรงค์สร้างความตระหนักผ่านสื่อออนไลน์ และเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมในสัปดาห์วันผู้บริจาคสเต็มเซลล์โลก 2564 ดังนี้

 

Blood Challenge ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนร่วมส่งต่อบุญผ่านสื่อสังคมออนไลน์กับโครงการ Blood Challenge สร้างกระแสการบริจาคโลหิต ผ่าน Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok เพียงโพสต์ภาพและข้อความพร้อมติด #BloodChallenge และ Tag ชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญอีก 3 คน ตั้งค่าเป็นสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า  ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 สร้างความวิตกกังวลต่อผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพรวมการบริจาคโลหิตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มีโลหิตสำรองไม่ถึง 3,000 ยูนิตต่อวัน ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วประเทศขาดแคลนโลหิต เสี่ยงต่อการเลื่อนการผ่าตัด เลื่อนการรักษา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือดที่จำเป็นต้องได้รับเลือดเป็นประจำสม่ำเสมอ

          จึงมีแนวคิดในการนำกระแส Challenge มาประชาสัมพันธ์ให้เกิดการบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น โดยขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิตและประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม 2 รูปแบบ ดังนี้

    1. ผู้บริจาคโลหิต ถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ โพสต์ลง Social Media อาทิ Facebook, Instagram, Twitter, TikTok พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน คนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

    2. ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ สามารถร่วมกิจกรรมเชิญชวนบริจาคโลหิต และประชาสัมพันธ์โครงการฯ โดยเขียนข้อความเชิญชวนสั้นๆ และโพสต์ลง Social Media พร้อมทั้ง Challenge และ Tag ต่อไปยังครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ให้มาบริจาคโลหิตต่ออีก 3 คน และ ติด #BloodChallenge ตั้งค่าเป็นสาธารณะ

      เพียงเท่านี้ คุณก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพื่อให้มีโลหิตสำรองเพียงพอจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ลดภาวะการขาดแคลนโลหิตในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้

“น็อต วรฤทธิ์” ปลุกกระแสส่งต่อบุญกับโครงการ Bl🩸odChallenge บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

พร้อม Challenge ชวนเพื่อนมาช่วยเพื่อน มาลุ้นไปพร้อมกันว่า คุณน็อตจะส่งต่อ Challenge ให้กับใครติดตามได้ใน VDO นี้ 

กาชาดชวนจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา ทำความดี บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องรับโลหิตในการรักษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564

          รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ด้วยมีพระราชประสงค์ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาท เพื่อสืบสานรักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแด่อาณาประชาราษฎร์ ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ซึ่งล้วนมีการสร้างสรรค์ความผาสุขสงบแก่ประชาชน นำความเจริญไพบูลย์และความมั่นคงมาสู่ประเทศตลอดมา

          ด้านภารกิจของสภากาชาดไทย ทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย รวมทั้งทรงสนับสนุนงานบริการโลหิต โดยเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ในการนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ครั้งที่ 6 เมื่อวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2518 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร

 “โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งชีวิต

การบริจาคโลหิต จึงเทียบได้กับการบริจาคชีวิตเป็นทานซึ่งเป็นทานที่สูง ควรแก่การยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง”  

          ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมแสดงความจงรักภักดี ด้วยการบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นกิจกรรมในการทำความดี เสียสละเพื่อสังคมส่วนรวม เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องรับโลหิตในการรักษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 พร้อมทั้ง ลงนามถวายพระพร Online ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 6 แห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ

การบริจาคโลหิตก่อนและหลังฉีดวัคซีน COVID-19

  • บริจาคโลหิตก่อนฉีดวัคซีน
  • หากไม่มีอาการอ่อนเพลีย สามารถฉีดวัคซีนได้ในวันถัดไป ไม่ควรบริจาคโลหิตวันเดียวกับวันที่ฉีดวัคซีน
  • บริจาคโลหิตหลังฉีดวัคซีน
  • กรณีได้รับวัคซีน COVID-19 ที่ได้รับการรับรองจาก อย. เว้น 7 วัน หลังฉีด
  • กรณีมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้หายดีก่อน เว้น 7-14 วัน ตามความรุนแรงของอาการ

“เมญ่า” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ลงทะเบียนเพิ่มโอกาสในการค้นหาคู่แท้สเต็มเซลล์

“เมญ่า” นนธวรรณทัศ บรามาซ – นักร้อง นักแสดง และมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2014 ร่วมลงทะเบียนเพิ่มโอกาสในการค้นหาคู่แท้สเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วยโรคเลือด พร้อมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในสถานการณ์ COVID-19 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

โอกาสค้นพบ “คู่แท้สเต็มเซลล์” เพียง 1 ใน 10,000 คน

ร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อเก็บตัวอย่างโลหิตนำไปตรวจเนื้อเยื่อ HLA พร้อมการบริจาคโลหิต ได้ที่

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  โทร. 0 2256 4300
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี  โทร. 0 3827 8905
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา  โทร. 0 4493 8938
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 จังหวัดขอนแก่น  โทร. 0 4342 4630-1
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่  โทร. 0 5341 8389-90

ให้โลหิต ช่วยโลกพ้นวิกฤติ ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2564

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยบริจาคโลหิต ช่วยโลกพ้นวิกฤติขาดโลหิต ในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2564 ระหว่างวันที่ 12-17 มิถุนายน 2564 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตในเขตกรุงเทพฯ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ รับ “เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก” เป็นที่ระลึก

          รศ.พญ. ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่าวันที่ 14  มิถุนายนของทุกปี กำหนดให้เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก เพื่อระลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ แพทย์ชาวออสเตรียผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอเป็นครั้งแรก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตทั่วโลก ท่านได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ ในปี ค.ศ.1930 ในการนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) สหพันธ์ผู้บริจาคโลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) เชิญชวนให้สภากาชาดทั่วโลกจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและขอบคุณผู้บริจาคโลหิต โดยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2547 และจัดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 17

          ในปี พ.ศ. 2564 มีคำขวัญว่า “Give blood and Keep the World Beating – ให้โลหิต ช่วยโลก พ้นวิกฤติ” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริจาคโลหิตมีส่วนร่วมในการช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยความสมัครใจไม่หวังสิ่งตอบแทน และเพิ่มจำนวนการบริจาคโลหิต ช่วยให้มีโลหิตสำรองเพิ่มระหว่างการระบาดของ COVID-19 ซึ่งในปีนี้ จัดเป็นสัปดาห์วันผู้บริจาคโลหิตโลก ระหว่างวันที่ 12-17 มิถุนายน 2564 ผู้บริจาคโลหิตจะได้รับ “เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก” เป็นที่ระลึก

กิจกรรม

  • เปลี่ยนกรอบภาพ Profile Facebook เฉลิมฉลองเนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2564
  • โพสต์ แชร์ โชว์ เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก ปีใดก็ได้ พร้อมนิยามคำว่า “ให้โลหิต ช่วยโลกพ้นวิกฤติ”  โพสต์ลง Facebook ติด Hashtag #WBDD2021 ตั้งค่าเป็นสาธารณะ   จับฉลากผู้โชคดี 100 รางวัล รับ “ตุ๊กตาหนูแดงล้มลุก” เป็นที่ระลึก

บริจาคโลหิตได้ที่ ส่วนกลาง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์

  • ลงทะเบียนบริจาคโลหิตออนไลน์ วันละ 500 คน   เว็บไซต์ http://bdbooking.nbc.in.th
  • เดินทางเข้ามาบริจาคโลหิตตามปกติ วันละ 1,000 คน

หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 6 แห่ง

  • สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)
  • บ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)
  • เดอะมอลล์ บางแค, บางกะปิ, งามวงศ์วาน
  • ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม
  •  

โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตในเขตกรุงเทพฯ 6 แห่ง

  • โรงพยาบาลตำรวจ
  • โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
  • สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า


ส่วนภูมิภาค ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ได้แก่ 

ภาคฯ จ.ลพบุรี ภาคฯ จ.ชลบุรี ภาคฯ จ.ราชบุรี ภาคฯ จ.นครราชสีมา ภาคฯ จ.ขอนแก่น ภาคฯ จ.อุบลราชธานี ภาคฯ จ.นครสวรรค์ ภาคฯ จ.พิษณุโลก ภาคฯ จ.เชียงใหม่ ภาคฯ จ.นครศรีธรรมราช ภาคฯ จ.สงขลา ภาคฯ จ.ภูเก็ต

นอกจากนี้ ผู้บริจาคโลหิตยังสามารถร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด สามารถลงทะเบียนพร้อมการบริจาคโลหิต เพื่อเก็บตัวอย่างโลหิตนำไปตรวจเนื้อเยื่อ HLA โดยขึ้นทะเบียน ได้ที่

สถานที่รับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  โทร. 0 2256 4300
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี  โทร. 0 3827 8905
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา โทร. 0 4493 8938
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 จังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4342 4630-1
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5341 8389-90

กาชาดชวนจิตอาสา บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตลอดเดือนมิถุนายน 2564

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรทั่วประเทศ ร่วมเป็นจิตอาสา บริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 43 พรรษา 3 มิถุนายน 2564 ตลอดเดือนมิถุนายน 2564

          รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษา 43 พรรษา 3 มิถุนายน 2564 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ปีพ.ศ. 2562 สมเด็จพระราชินีทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งในงานพระราชพิธี ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชน โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นจริงจัง คือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่งนับได้ว่าทรงเป็นต้นแบบของ “พระบรมราชินี” และยืนหยัดสู้เคียงบ่า เคียงไหล่เป็นพระคู่ขวัญคู่บุญบารมีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
          ในโอกาสนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการ “จิตอาสา บริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา  43 พรรษา 3 มิถุนายน 2564” เพื่อให้พสกนิกรทั่วประเทศร่วมแสดงความจงรักภักดี ตลอดเดือนมิถุนายน โดยให้การบริจาคโลหิตเป็นกิจกรรมหนึ่งในการทำความดี เสียสละเพื่อส่วนรวม ส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ทุก 3 เดือน ลดปัญหาการขาดแคลนโลหิตในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ยังคงมีความต้องการโลหิตให้กับผู้ป่วยอีกจำนวนมาก
          สามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี, ชลบุรี, ราชบุรี, นครราชสีมา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เชียงใหม่, นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง), สงขลา และภูเก็ต

ขอความร่วมมือสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ ดังนี้

  • กรณีได้รับวัคซีน COVID-19 ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เว้น 7 วัน หลังฉีดวัคซีน
  • กรณีที่มีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้หายดีก่อน เว้น 7-14 วัน ตามความรุนแรงของอาการ
  • ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต และตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่รับบริจาค

นอกจากนี้ ผู้บริจาคโลหิตยังสามารถร่วมลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด สามารถลงทะเบียนพร้อมการบริจาคโลหิต เพื่อเก็บตัวอย่างโลหิตนำไปตรวจเนื้อเยื่อ HLA โดยขึ้นทะเบียน 

สถานที่รับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  โทร. 0 2256 4300
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี  โทร. 0 3827 8905
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา โทร. 0 4493 8938
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 จังหวัดขอนแก่น โทร. 0 4342 4630-1
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5341 8389-90

Update ข้อมูลอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทำบุญครั้งใหญ่

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดช่องทาง Online ตามหาคู่แท้สเต็มเซลล์ที่หายไป โดยขอให้ผู้ที่เคยลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2545 – 31 ธันวาคม 2563 อัพเดตข้อมูลช่องทางการติดต่อผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่มีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้ป่วย

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในฐานะเป็นศูนย์กลางในการรับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ จากผู้บริจาคทั่วประเทศ เพื่อจัดหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์ที่ไม่ใช่ญาติให้กับผู้ป่วยโรคเลือด มาตั้งแต่ปี 2545 โดยปัจจุบันมีอาสาสมัครลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์ จำนวน 276,355 ราย เป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วย จำนวน 432 ราย (ชาวไทยและชาวต่างชาติ) และยังมีผู้ป่วยรอรับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์มากถึง 2,346 ราย อาทิ ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลิวคีเมีย) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อ เป็นต้น แต่ถึงการจัดหาอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์รายใหม่จะมีเพิ่มมากขึ้น ก็ยังมีผู้ป่วยหลายรายที่พบว่ามีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกันกับผู้บริจาค แต่ไม่สามารถติดต่อผู้บริจาคได้ จึงทำให้ผู้ป่วยพลาดโอกาสที่จะได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ซึ่งยังเป็นหนทางที่จะช่วยรักษาผู้ป่วยให้หายขาดจากโรค

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการ Stem Cells Retention เพื่อติดตามอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่ลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 – 31 ธันวาคม พ.ศ.2563 ให้กลับมาอัพเดตฐานข้อมูลกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ โดยจะมีการจัดส่งลิงก์ https://stmretention.nbc.in.th สำหรับใช้ในการอัพเดตข้อมูล ให้กับอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ผ่านทาง SMS ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2564 เพื่ออัพเดตข้อมูลให้สามารถติดต่อได้ นำมาซึ่งโอกาสที่ผู้ป่วยเหล่านั้น จะได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติ เพื่อชีวิตใหม่ที่หายขาดจากโรค นอกจากนี้ อาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ที่อัพเดตข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ลุ้นรับ แก้วน้ำ Thank You Stem Cells Donor จำนวน 200 รางวัล โดยสามารถติดตามรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง Facebook Fanpage : ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

สำหรับผู้ที่สนใจลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด สามารถลงทะเบียนพร้อมการบริจาคโลหิต เพื่อเก็บตัวอย่างโลหิตนำไปตรวจเนื้อเยื่อ HLA โดยขึ้นทะเบียน ได้ที่

สถานที่รับลงทะเบียนอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์

เบอร์โทรศัพท์

  • ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

0 2256 4300

  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 3 จังหวัดชลบุรี

0 3827 8905

  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา

0 4493 8938

  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 6 จังหวัดขอนแก่น

0 4342 4630-1

  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จังหวัดเชียงใหม่

0 5341 8389-90