Sign In
เลือกภาษา
Contact Us Download

ทดสอบข่าวสารประจำ

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผอ.รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า สาขาวิชาโรคข้อและรูมาติสซั่ม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ร่วมมือกับสาขาโลหิตวิทยา สาขาวิชาระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤติโรคระบบการหายใจ และสาขาวิชาโรคติดเชื้อ ร่วมกันรักษาพยาบาลผู้ป่วย 2 ราย ที่มีปัญหาผิวหนังแข็งและปอดเป็นพังผืด ด้วยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ที่นำเอาองค์ความรู้ และการศึกษาวิจัยรวมทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์เกี่ยวกับสเต็มเซลล์มาใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้าน ศ.พญ.มนาธิป โอศิริ หัวหน้าสาขาวิชาโรคข้อและรูมาติสซั่ม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคผิวหนังแข็ง หรือ systemic sclerosis เป็นโรคในกลุ่มภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการของหลายอวัยวะในร่างกาย โดยมีลักษณะเด่น คือ การเกิดพังผืดที่ผิวหนังและอวัยวะภายใน ทำให้ผิวหนังแข็ง ปอดเป็นพังผืด กล้ามเนื้อหัวใจเป็นพังผืด ทำให้หัวใจโต และหัวใจวายได้ เกิดกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินอาหารเป็นพังผืด ทำให้เกิดการบีบตัวของหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ลดลงหรือไม่บีบตัว ร่วมกับอาการจากการตีบตันของหลอดเลือดแดง ทำให้ปลายนิ้วขาดเลือด ที่ไตทำให้เกิดไตวายเฉียบพลันได้ หลอดเลือดแดงที่ปอดตีบตัน ทำให้แรงดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง มีผลต่อการบีบตัวของหัวใจทำให้หัวใจวายได้

ศ.พญ.มนาธิป กล่าวด้วยว่า การดำเนินของโรคนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการแบบเรื้อรัง ทุกข์ทรมาน แต่ก็มีบางส่วนที่มีการดำเนินของโรครวดเร็ว รุนแรง ทำให้เสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้นได้ โรคผิวหนังแข็งพบได้ไม่บ่อย ความชุกประมาณ 4 ถึง 35 รายต่อประชากร 1 แสนคน พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 3 เท่า อายุเฉลี่ยขณะเริ่มมีอาการ 40-50 ปี ส่วนใหญ่พบในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคนี้ คือ ภาวะปอดเป็นพังผืด แรงดันหลอดเลือดแดงในปอดสูง และหัวใจวาย การรักษาโรคนี้ควรจะเริ่มให้การรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อชะลอการดำเนินของโรคและความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย โดยประเมินว่าโรคมีการดำเนินโรคอย่างรวดเร็วรุนแรงหรือค่อยเป็นค่อยไป และมีอาการที่อวัยวะใดบ้างที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย วิธีที่จะจัดระเบียบของระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาเป็นปกติ คือ การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ นั่นเอง.

“ต๊อบ ประคัลภ์” บริจาคสเต็มเซลล์ ช่วยผู้ป่วยลิวคีเมียในต่างแดน

“ต๊อบ” ประคัลภ์  ใบงาม

บริจาคสเต็มเซลล์ช่วยผู้ป่วยลิวคีเมียสัญชาติอเมริกันในต่างแดน

อายุ 34 ปี  หมู่โลหิต AB

ทำงานบริษัทเอกชน ด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ Food Business

จุดเริ่มต้นของการให้

เริ่มต้นจากการบริจาคโลหิตเป็นประจำ กว่า 31 ครั้ง และได้มีโอกาสลงทะเบียนบริจาคสเต็มเซลล์ หลังจากการลงทะเบียนไปประมาณ 3 ปี จึงได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการโลหิตฯ พร้อมทั้งเชิญให้ผมเข้าไปที่ศูนย์บริการโลหิตฯ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการบริจาค รวมถึงให้รับทราบขั้นตอน และกระบวนการเก็บสเต็มเซลล์ ซึ่งผู้ป่วยเป็นคนเชื้อสายเอเชียที่มีสัญชาติเป็นอเมริกัน และป่วยเป็นโรคไขกระดูกฝ่อ

เมื่อทราบว่าสเต็มเซลล์ตรงกับชาวต่างชาติ

รู้สึกประหลาดใจมาก เพราะเขาเป็นผู้ป่วยคนละสัญชาติ คนละภาษา สเต็มเซลล์ของคนไทยด้วยกัน ผมก็ว่าเข้ากันได้ยากมากแล้ว แต่ผู้ป่วยเขาเป็นชาวต่างชาติ โอกาสยิ่งยากกว่า คนในครอบครัวเมื่อทราบข่าว ล้วนสนับสนุน และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สเต็มเซลล์ คือโอกาสในการทำบุญครั้งหนึ่งของชีวิต

ประสบการณ์การบริจาคสเต็มเซลล์ทางกระแสโลหิต

เนื่องจากพยาบาลเห็นว่าผมมีเส้นโลหิตดำที่ใหญ่พอ ผมจึงได้บริจาคสเต็มเซลล์ทางกระแสโลหิต ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากการบริจาค สุขภาพร่างกายของผมแข็งแรงเป็นปกติดี ติดเพียงแค่ก่อนทำการบริจาค ตัวยา G-CSF ที่ฉีดเพื่อกระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์ในกระแสโลหิต ส่งผลให้ร่างกายปวดเมื่อย และง่วงนอนตลอดเวลา แต่สำหรับผมแล้ว นับว่าเป็นผลกระทบที่เล็กน้อยมาก

เชิญชวน

การบริจาคโลหิตก็ดี หรือการบริจาคสเต็มเซลล์ก็ดี ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด นอกจากจะได้บุญมากมายมหาศาลแล้ว ยังเป็นการสร้างเม็ดโลหิตใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยที่เราไม่ได้สูญเสียอะไร นอกจากโลหิตเพียงไม่กี่ซีซีเท่านั้น ถ้าเราเป็นชาวพุทธ และมีความเชื่อเรื่องบุญเรื่องกรรม การทำแบบนี้เป็นการทำบุญ โดยที่เรายังมีชีวิตอยู่ และเรายังได้ซึมซาบความรู้สึกสุขเหล่านั้นด้วย